UFABETWINS บทเรียนสู่ “วูล์ฟส์” : เมื่อ “ฮอร์เก้ เมนเดส” เป่าหูเจ้าของบาเลนเซียจนทีมพินาศ

UFABETWINS “ไม่ยิ่งใหญ่อย่างใคร แต่ก็ไม่เป็นหนี้และมีเกียรติยศ” นี่อาจจะเป็นวลีที่เหมาะกับทีมอย่าง

บาเลนเซีย เมื่อสัก 10-20 ปีก่อน เพราะนี่คือหนึ่งในทีมเล็กที่พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนสามารถต่อกรกับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ได้อย่างมันหยดและจบด้วยการคว้าแชมป์ลีกอีกด้วยจากเกียรติประวัติอันเรืองรอง สร้างสุดยอดนักเตะลูกหม้อขึ้นมามากมาย เหตุใดทุกวันนี้ บาเลนเซีย จึงตกต่ำถึงขีดสุดถึงขั้นที่ประกาศชัดเจนว่า “พวกเขาพร้อมขายนักเตะทุกคนในทีม”และเรื่องนี้มีคนหนึ่งที่มีเอี่ยวแบบเต็มๆ.. ติดตามเรื่องราวการล่มสลายของวังค้างคาวที่เคยยิ่งใหญ่ได้ที่นี่ฟ้าผ่าสัญญาณเตือน

บาเลนเซีย ชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือชุดต้นปี 2001/02 ที่คุมทัพโดย ราฟา เบนิเตซ หลังจากนั้นทีมของพวกเขาเริ่มสร้างขุมกำลังจากนักเตะท้องถิ่น รวมถึงการหาเอาดาวเด่นจากทีมเล็กมาปั้นต่อให้เป็นนักเตะระดับโลก ดาบิด ซิลบา, ฮัวฆิน ซานเชซ, บิเซนเต้ โรดริเกซ, ดาบิด บีญ่า, พาโบล เอร์นันเดซ และ ฆวน มาต้า หรือแม้กระทั่ง อิสโก้ คือหนึ่งในนักเตะประเภทนั้น ฐานของทีมแน่นมากในเวลานั้น นักเตะค่าจ้างไม่แพงแต่ผลงานดี ขายต่อก็ได้เงินก้อนใหญ่ แถมผลงานในสนามก็เข้าที่เข้าทาง

UFABETWINS

พวกเขาคว้าแชมป์ลาลีกาได้ 1 สมัยในปี 2003/04 และแชมป์ยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก ในปัจจุบัน) อีกหนึ่งสมัยในซีซั่นเดียวกัน และเมื่อนั้นพวกเขาก็รู้ว่าทีมควรจะไปได้ไกลกว่านี้ ด้วยการพร้อมลงทุนให้มากกว่าเดิม บาเลนเซียจึงตัดสินใจสร้างสนามให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับแฟนบอล โดยกำหนดไว้ว่าจะใช้ชื่อสนาม “นู เมสตาย่า” และเรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2007 ณ เวลานั้นสโมสรมีแผนจะสร้าง นู เมสตาย่า ให้แล้วเสร็จในเวลา 2 ปี เพื่อให้ทันใช้ในฤดูกาล 2009/10 ซึ่งเป็นปีที่สโมสรมีอายุครบ 90

ปี ทว่าปัญหาใหญ่กว่านั้นคือช่วงเวลาดังกล่าวดันไปคาบเกี่ยวกับช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่หลายชาติในยุโรปโดนเล่นงาน ที่ชัดเจนสุดๆคือ กรีซ ที่เศรษฐกิจหยุดการเติบโตกันเลยทีเดียว และที่สเปนเองก็โดนไม่แพ้กัน ในตอนนั้น อัตราการว่างงานของประชากรในประเทศสูงขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เมกกะโปรเจ็คต์ต่างๆของรัฐบาลยังประสบความล่าช้าเนื่องจากขาดงบประมาณ และขนาดโปรเจ็คต์ของภาครัฐยังเจ๊งไม่เป็นท่า ภาคเอกชนอย่างสโมสรฟุตบอลจะไปเหลืออะไร? ด้วยงบประมาณ

การก่อสร้างสูงถึงราว 300 ล้านยูโร (ราว 11,000 ล้านบาท) นั่นทำให้ บาเลนเซีย ต้องกู้หนี้ยืมสินมาโปะดอกเบี้ยวุ่นวายกันไปหมด จนทุกวันนี้ นู เมสตาย่า ที่โวไว้ว่าจะเป็นสนามที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสเปนรองจาก คัมป์ นู และ ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จง่าย แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 15 ปีเเล้ว ขณะที่เรื่องราวในสนามก็เข้มข้นและโคลงเคลงไม่ต่างจากปัญหาการเงิน เมื่อในปี 2007 กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส กุนซือของบาเลนเซีย ได้ทะเลาะกับประธานเทคนิคอย่าง อเมดีโอ

คาร์บอนี่ ซึ่งเป็นอดีตนักเตะเก่าชุดรุ่งเรืองของทีม ก่อนจะจบลงด้วยการย้ายออกของ คาร์บอนี่.. ไม่มีใครรู้ว่านี่คือการตัดสินใจของใคร แต่ปัญหายังคงดำเนินต่อไป จากนั้นอีกไม่กี่เดือนผู้ชนะสงครามภายในอย่าง ฟลอเรส ก็ทำผลงานแย่จนโดนไล่ออกจากทีมตามกันไป จากนั้น บาเลนเซีย ก็กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ไร้เสถียรภาพในการกำหนดทิศทางของสโมสร แถมโปรเจ็คต์ระยะยาวที่เคยวางไว้ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากขาดความต่อเนื่องและการเลือกสรรโค้ชที่เหมาะกับนโยบายที่เปลี่ยน

ไปเปลี่ยนมา บางปีพวกเขาใช้เงินเพื่อทวงความยิ่งใหญ่ บางปีก็เลือกที่จะเซฟเงินเอาไว้เน้นการเอาตัวรอดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ดังนั้น ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้ บาเลนเซียจึงมีโค้ชแวะเวียนมาคุมทีมเกือบ 20 คน และหลายคนเป็นการไล่ออกแบบเสียค่ายกเลิกสัญญา ทั้ง โรนัลด์ คูมัน, เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ หรือ อูไน เอเมอรี่ ต่างอยู่ไม่ครบสัญญาทั้งสิ้น เมื่อทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็ส่งผลให้ตัวเลขในบัญชีจากสีเขียวก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเเดง และท้าย

ที่สุดมันก็มากเกินกว่าที่พวกเขาจะต่อต้านและต้องประกาศยอมแพ้กับศึกแห่งตัวเลขครั้งนี้ดาบิด ซิลบา และ ดาบิด บีญ่า คือสตาร์ชุดแรกโดนขายออกไปเพื่อนำเงินก้อนมาเคลียร์หนี้สินในส่วนต่างๆ หลังจากนั้นก็ทยอยขายนักเตะอีกชุดในอีกไม่กี่ปีต่อมา นำโดย โรแบร์โต้ โซลดาโด้, ฮัวฆิน ซานเชซ, อิสโก้ และ ฆวน มาต้า ที่ต่างกระเด็นไปอีกระลอกในฤดูกาล 2011/12 ด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือเอาเงินไปใช้หนี้ให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยที่กำลังเริ่มบานตะไทตามเวลาที่ผิดสัญญา

และล่าช้าอย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องเงินนั้นไม่ได้แก้กันง่ายๆ เมื่ออยู่ไปมีแต่หนี้ที่บานขึ้นและกำไรที่น้อยลง มานูเอล ยอเรนเต้ ประธานสโมสรก็ประกาศขายทีมให้กับ ปีเตอร์ ลิม เศรษฐีชาวสิงคโปร์ ให้เข้ามาถือหุ้น 70% ของสโมสร และมีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจด้านการบริหารในปี 2014 และนี่ไม่ใช่การเข้ามาของท่านประธานลิมคนเดียว แต่มันคือการเข้ามายกเครื่องใหม่ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะต้องสร้างสโมสรให้ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อครั้งอดีตให้ได้ ประธาน นอมินี ปีเตอร์ ลิม มาซื้อ

บาเลนเซีย เพราะอะไร?.. คำถามนี้เกิดขึ้นกับแฟนๆของทีม ลอส เช พวกเขาสงสัยแต่ก็ต้องคว้าข้อเสนอและยินดีไว้ก่อน เมื่อมีคนที่พร้อมจะพัฒนาทีมก้าวเข้ามารับหน้าที่สำคัญ แต่ปัญหาเดียวคือ ปีเตอร์ ลิม มาพร้อมกับการชักจูงของ ฮอร์เก้ เมนเดส ซูเปอร์เอเย่นต์ชาวโปรตุกีส ที่นำเสนอโปรเจ็คต์และพาเขามาซื้อ บาเลนเซีย จนมันลุล่วงในท้ายที่สุด เมื่อ ลิม เป็นเจ้าของบาเลนเซีย เมนเดสก็ปล่อยของทันที เมนเดสจัดการทำบิ๊กดีลให้กับทีมมากมายในซัมเมอร์นั้น มากแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนทั้ง

UFABETWINS

เจา คันเซโล, ซากาเรีย บัคคาลี, ดานิโล่ และ เอ็นโซ เปเรซ จากนั้นก็มีการโยกย้ายนักเตะโดยคำสั่งของเมนเดสอีกหลายต่อหลายคนทั้งขาออกและขาเข้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเตะในการดูเเลของเมนเดสทั้งนั้น เพราะแม้ว่าตำแหน่งหน้าที่การงานของเจ้าของชาวสิงคโปร์นั้นจะใหญ่โต แต่สุดท้ายการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของเขาก็เกิดจากการกระซิบข้างหูของเมนเดสเนื่องจาก

เอเย่นต์ชาวโปรตุเกสถือไพ่เหนือกว่าด้วยดีกรีที่มี รวมถึงความสนิทสนมกับเจ้าของใหม่ที่มากกว่า นอกจากการซื้อนักเตะเเล้ว การแต่งตั้งโค้ช เมนเดสก็ยังคงชนะเลิศเช่นเคย โค้ชคนแรกที่ถูกแต่งตั้งในยุคปีเตอร์ ลิม ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ กุนซือคนปัจจุบันของวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่เป็นลูกค้าบริษัทนายหน้าของเมนเดสนั่นเอง

 

คลิ๊กเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล